ศุภาลัย วิวล์ ถนนมะลิวัลย์ ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น
0631393203
perfectdb2020@gmail.com

เทคนิคการทำ Instagram SEO

รับจัดอันดับเว็บไซต์ SEO

เทคนิคการทำ Instagram SEO

Instagram SEO

พูดถึงการทำ SEO (Search Engine Optimization) ก็คงจะนึกถึงการค้นหาบางอย่าง ผ่าน Google เช่น รูปภาพ แผนที่ เว็บไซต์ เป็นต้น แต่ในปัจจุบันนี้ เราสามารถทำ Instagram SEO กันได้แล้ว

การทำ Instagram SEO จะเป็นประโยชน์สำหรับแบรนด์ต่าง ๆ เมื่อผู้ใช้งานทำการค้นหาด้วย Keyword ที่ต้องการ ทำให้โพสต์ต่าง ๆ ของเราถูกค้นเจอง่ายขึ้นด้วยช่องทางการค้นหาจาก Interest* ซึ่งในวันนี้จะมาแนะนำ SEO บนช่องทางไอจี สำหรับผู้ประกอบการที่มีร้านค้าบนแพลตฟอร์มนี้กัน

Instagram SEO

Instagram SEO คืออะไร

Instagram Search Engine Optimization คือ วิธีการที่ทำให้แบรนด์ต่าง ๆ สามารถถูกค้นหาเจอบนช่องทางไอจีได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

สิ่งสำคัญหลัก ๆ ที่นักการตลาดควรโฟกัสนั่นก็ คือ การสร้าง Keyword ที่มีแนวโน้มว่าจะมีผู้ค้นหาเป็นส่วนมาก ซึ่งระบบอัลกอริทึมของ Instagram  จะวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อค้นหาคอนเทนต์ที่มีตรงกับ Keyword นั้น ๆ และเลือกคอนเทนต์ที่มีความใกล้เคียงมานำเสนออีกด้วย

Keyword ที่ผู้ค้นหาสามารถนำไปใช้ จะเป็นได้ทั้งคำที่อยู่ในแคปชันของโพสต์ วลีต่าง ๆ และแฮชแท็ก ทำให้โอกาสที่กลุ่มเป้าหมายจะเห็นคอนเทนต์ของเราง่ายขึ้น  

5 เทคนิคการทำ Instagram SEO 

จากนี้ไปเราจะไปดูกันค่ะว่า จะมีเทคนิคใดบ้างที่ร้านค้าออนไลน์ในไอจีของเรา จะสามารถพัฒนา SEO ได้บ้าง โดยกลยุทธ์หลัก ๆ จะประกอบไปด้วย 5 เทคนิคด้วยกัน คือ

  1. สร้างคอนเทนต์ด้วยการเลือก Keyword ยอดนิยม กลยุทธ์นี้จะเหมือนกับ การทำคอนเทนต์ทั่วไปจากบนเว็บไซต์ที่เป็น Blog ของเรา หรือการสร้าง Copy Writing บน Facebook เลยค่ะ ซึ่งผู้ที่ทำการค้นหาผ่านฟีเจอร์ Interest จะสามารถค้นหาคอนเทนต์ของเราเจอได้ ด้วยแคปชันของโพสต์เราเอง ตัวอย่าง เมื่อเวลาที่ผู้ใช้งานค้นหา Keyword คำว่า Korean Food จากนั้น คอนเทนต์ต่าง ๆ ก็จะปรากฎขึ้นมา จากนั้น หากเราลองคลิกภาพแรก ก็จะเห็นว่าในแคปชันของคอนเทนต์นี้มีคำว่า Korean Food อยู่ซึ่ง Keyword นี้ไม่ใช่แฮชแท็ก หรือชื่อ Account    

2. Top Keyword จะต้องอยู่ในหน้า Bio และ Description ปัจจุบันนี้ระบบอัลกอริทึม สามารถค้นหา Keyword อื่น ๆ ได้นอกจากเว็บไซต์ และรูปภาพแล้ว หมายความว่า ผลการค้นหาจาก Google สามารถมาจากแหล่งโซเชียลมีเดียช่องทางอื่น ๆ อย่าง Facebook Instagram หรือ YouTube หาก Keyword ที่ใช้นั้นตรงกับคำค้นหาของผู้ใช้งาน ดังนั้น การที่เราใช้ Top Keyword หรือคำศัพท์ยอดนิยมที่กำลังมีคนค้นหาเป็นจำนวนมากในช่วงเวลานั้น ก็จะทำให้โอกาสที่มีคนค้นหาคอนเทนต์ของเรามีเพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน ซึ่งการเขียนแคปชันที่ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย และสื่อถึงสินค้า และบริการของเราแบบตรง ๆ ก็มีส่วนช่วยให้คนค้นเจอโพสต์ในไอจีแบบง่าย ๆ นอกจากนี้ ร้านค้าออนไลน์ที่ทำการตลาดผ่าน Instagram ควรคำนึงถึงหน้าโพร์ไฟล์หลัก และรายละเอียดของแบรนด์ด้วย เนื่องจาก เมื่อมีคนค้นหา Username ที่เป็นชื่อร้านของเราจากทาง Google ผลการค้นหาก็จะขึ้นชื่อร้าน และสามารถลิงก์มายังหน้า Instagram ของเราได้นั่นเอง   ตัวอย่างการค้นหาชื่อแบรนด์ หรือ Keyword ที่เกี่ยวข้องบน Google    ตัวอย่างหน้า Instagram ที่มีการใส่ชื่อแบรนด์ และเลือกใช้ Top Keyword ที่คนมักค้นหา    

3. ใช้เครื่องมือ Analytics เพื่อให้เข้าใจลูกค้า

กุญแจสำคัญในการเริ่มทำธุรกิจคือความเข้าใจลูกค้า หรือการวิเคราะห์ข้อมูล และพฤติกรรมของผู้บริโภค ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญอันดับต้น ๆ ในการทำธุรกิจเลยก็ว่าได้ ซึ่งการที่แบรนด์จะสามารถเข้าใจลูกค้าได้นั้น ไม่ใช่เพียงแค่การรับฟังคำติชมเพียงอย่างเดียว แต่การทำการตลาดในยุคดิจิทัล คุณจะต้องใช้เครื่องมือให้เป็น เพื่อนำข้อมูลไปใช้ให้เกิดประโยชน์ เครื่องมือที่ควรใช้ในการค้นหา Keyword ยอดนิยมเพื่อนำมาทำการตลาดได้แก้ Keyword Planner และ Googe Search Console  ทั้งสองเครื่องมือนี้จะสามารถแสดงผลให้คุณได้ทราบว่า Keyword ต่าง ๆ ที่เราต้องการใช้ในท้องถิ่นนั้น ๆ หรือประเทศนั้น ๆ นิยมหรือไม่ หรือช่วงนี้ Keyword ใดควรนำไปใช้ทำคอนเทนต์มากกว่ากัน โดยเฉพาะ Googe Search Console ที่นักการตลาดสามารถต่อยอดธุรกิจด้วยการใช้เครื่องมือนี้ทำแคมเปญโฆษณา

4. เลือกช่วงเวลาโพสต์ที่กลุ่มเป้าหมาย Active มากที่สุด

หากเราจะเปรียบเทียบกับการทำธุรกิจแบบออฟไลน์ หรือธุรกิจที่มีหน้าร้านแล้ว อย่างน้อยที่สุด ผู้ประกอบการควรทราบว่า เวลาไหนเหมาะสมที่จะขายมากที่สุด  เช่น หากร้านคุณขายโจ๊ก ช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดก็ควรจะเป็นช่วงเช้า หรือรอบดึกไปเลย มากกว่าช่วงเวลาสาย ๆ หรือบ่าย ๆ เพราะคนนิยมรับประทานโจ๊กกันในช่วงเวลาก่อนไปเรียน ทำงาน หรือหาอาหารย่อยง่ายในรอบดึก การทำการตลาดออนไลน์ ก็เช่นกัน แต่วิธีการอาจจะมีประสิทธิภาพกว่านั้น เพราะเรามีเครื่องมือคอยช่วยเหลือ อีกทั้งยังสามารถวิเคราะห์ออกมาเป็นตัวเลขให้เห็นภาพเป็น Data Visualization กันแบบง่าย ๆ โดยแพลตฟอร์ม Instagram สามารถใช้เครื่องมือวัดผล Insights ที่อยู่ใน Insight Instagram เพื่อวิเคราะห์หาช่วงเวลาที่กลุ่มเป้าหมายของเรา (ผู้ติดตามแบรนด์) ว่ามัก Active Online ช่วงเวลาไหน และวันไหนมากที่สุด เพื่อที่ว่าคุณจะได้เลือกโพสต์คอนเทนต์ในช่วงเวลานั้น ๆ ทำให้โพสต์ของคุณไม่ถูกคอนเทนต์อื่น ๆ กลบทับ หรือกลายไปอยู่ในหน้าฟีดล่าง ๆ นอกจากนี้ หากผู้ประกอบการมีร้านค้าออนไลน์อยู่ใน Facebook ด้วย ก็สามารถใช้เครื่องมือ Insight ของ Facebook เพื่อวิเคราะห์ช่วงเวลาที่มีคน Active Online บน Instagram ได้ด้วย โดยสามารถเข้าไปใน Creator Studio จากนั้นเลือก Instagram และกด Insight   รับทำเว็บไซต์

5. เลือกใช้ Hashtag ให้เหมาะสม

กลยุทธ์นี้นักการตลาด และผู้ประกอบการคงคุ้นเคยกันดี กับการใช้แฮชแท็กทำการตลาดออนไลน์ ซึ่งถือว่าสำคัญในการทำ SEO บน Instagram อยู่เสมอ ซึ่งเทคนิคการใช้แฮชแท็ก บน Instagram เพื่อให้คอนเทนต์น่าติดตาม และสร้าง Brand Awareness ได้สามารถทำได้โดยใช้ Keyword ที่เหมาะสม หรือกำลังติดเทรนดืในช่วงเวลานั้น แต่ไม่ควรสร้างแฮชแท็กเยอะจนเกินไป ซึ่งจะทำให้คอนเทนต์ของเราดูไม่น่าสนใจ

Tags: ,

One Response

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *